หน้าแรก | กระดานข่าว |  ปฏิทิน |  ค้นหา |  ติดต่อเรา VMWARE.IN.TH | Largest unofficial VMware Thailand User
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความที่ผมเชียนลงใน CyberBiz : เพิ่มราคาจากการลดต้นทุน  (อ่าน 872 ครั้ง)
vmware.in.th
"วีเอ็มแวร์ อิน ไทย" .. สังคมคน virtualization ออน์ไลน์
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,251


pumpithu@gmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
ทุกคนรู้กัน ดีว่า หนทางเพิ่มกำไรให้บริษัทไม่ได้มีแต่การเร่งทำยอดขายอย่างเดียว เพราะสิ่งหนึ่งที่ทำให้บริษัทใหญ่หลายแห่งสามารถประกาศผลกำไรเพิ่มขึ้นได้ ทั้งที่รายได้รวมคงที่หรือลดลง ก็คือการลดค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน เรียกว่าใครลดต้นทุนได้มากกว่าก็ย่อมได้เปรียบมากกว่า ทำเงินบนโลกไอทีสัปดาห์นี้จึงขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นการหาทาง ประหยัดบนโลกไอทีบ้าง ซึ่งคุณภูมิพิชญ์ อังสุพานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการหาวิธีลดต้นทุนระบบไอทีไอทีในองค์กร ได้แนะแนวทางไว้ครบเครื่องทั้งในแง่การประหยัดค่าเครื่อง ค่าแรง และค่าไฟ
      
***เพิ่มราคาจากการลดต้นทุน
(บทความโดย ภูมิพิชญ์ อังสุพานิช www.vmware.in.th)

      
       ช่วงนี้กระแส GREEN IT หรือเทคโนโลยีสีเขียวได้จางหายไปทั้งที่ควรจะเป็นกระแสต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพราะ GREEN IT เป็นการเลือกใช้งานอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดสรรและลดการใช้พลังงานได้มากที่สุด ซึ่งทุกองค์กรสามารถ"เพิ่มรายได้จากการลดต้นทุน"ด้วย GREEN IT ที่ว่านี้

ต้นทุนหลัก ๆ ที่ทุกองค์กรจะต้องเจอในปัจจุบันคือ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบปรับอากาศ และการเดินทาง รวมทั้งค่าเอกสารและจัดเก็บเอกสาร ถ้าเราสามารถลดการใช้งานพลังงานเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้องค์กรเราเพิ่มรายได้ให้ได้มากขึ้น นอกจากนั้นยังจะช่วยให้ลดมลพิษที่เกิดขึ้นในโลกนี้ลงไปได้ด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้งานร่วมด้วยและทำให้เกิดประโยชน์ มากที่สุด ผมขอยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่จะทำให้องค์กรลดค่าใช้จ่ายมาให้ดูสัก 5 ข้อนะครับ
      
       1. หันมาใช้งานระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่น : องค์กรสมัยใหม่ส่วนมากจะต้องมีระบบคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือซอร์ฟแวร์จำนวนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นระบบอีเมล์ (Email Server) ระบบจัดเก็บไฟล์ (File Server) หรือระบบบเว็บไซต์ (Web Server) รวม ๆ แล้วจะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ (Physical) เข้ามาให้บริการระบบต่าง ๆ พวกนี้ไม่น้อยกว่า 3 เครื่อง ซึ่งในส่วนนี้ก็จะต้องเสียค่าจัดการอุปกร์เครื่องแม่ข่าย ค่าจัดวางอุปกรณ์ ค่าไฟฟ้า หรือแม้กระทั้งค่าจ้างสำหรับผู้ดูแลระบบ เป็น 3 เท่าตามไปด้วย
   
ในแง่ของการลดต้นทุน : แต่ถ้าเราหันมาลดต้นทุนโดยใช้งานระบบ Virtualization หรือระบบคอมพิวเตอร์แบบรวมศูนย์ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย (ฟรี) เพื่อสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) และลดจำนวนเซิร์ฟเวอร์ (Physical) ลง ซอฟต์แวร์บางชนิดอย่างเช่น VMWARE ESXi สามารถรองรับ Virtual Machine ได้มากถึง 256 เครื่อง ให้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์เพียง 1 เครื่องได้ เพื่อที่จะได้ใช้งานเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้องค์กรลดค่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ค่าไฟฟ้า ค่าแอร์ รวมทั้งค่าที่วางเครื่อง จากที่ต้องใช้เครื่องจำนวน 3 เครื่อง ลดลงมาเหลือเพียง 1 เครื่อง ทำให้ค่าใช้จ่ายลงไปได้อย่างมากและรองรับการทำงานได้เต็มที่เหมือนเดิมที่ เดียวเลย
      
       2. เลือกใช้งาน Thin Client : แนวคิดของ Thin Client เป็นการลดขนาดและคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ ชนิดนี้ลงให้เหมาะสมกับงาน โดย Thin Client จะตัดความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลเช่น ฮาร์ดดิสก์ ออกจากตัวอุปกรณ์ รวมทั้งลดความสามารถของหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำลง หรือบางผู้ผลิตจะมีเพียง จอ Monitor เพียงอย่างเดียว โดยจะไปใช้งานผ่านเครื่องประมวลผลกลางแทนหรือที่เรียกว่า เซิร์ฟเวอร์ เบส ซึ่งจะทำการติดตั้งซอฟต์แวร์และระบบปฎิษัติการไว้ที่เครื่องเพื่อให้เครื่อง Thin Client เข้ามาใช้งานที่เครื่อง เซิร์ฟเวอร์ เบส หรือ สามารถใช้งานร่วมกับระบบเซิร์ฟเวอร์แบบเวอร์ช่วลไลเซชั่น ที่มีอยู่ในองค์กรก็ทำได้

ในแง่ของการลดต้นทุน : คงจะได้ผลมากกับองค์การที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์จำนวนมาก เพราะว่าต้นทุนของเครื่อง Thin Client มีราคาถูก กินไฟฟ้าน้อย รวมทั้งการดูแลรักษาทำได้ง่ายดายมาก ไม่ต้องวุ่นวายในการแก้ปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์และระบบปฎิษัติการที่เครื่องผู้ ใช้งาน ในส่วนนี้เราอาจจะสร้างคอมพิวเตอร์เสมือนในระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่น สำหรับพนักงานแต่ละคน โดยพนักงานทำแค่ Remote ไปที่เครื่องเสมือนของตัวเองที่อยู่ในระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่น เท่านั้นก็จะได้สภาพแวดล้อมเหมือนใช้งานที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ๆ เลย ในส่วนนี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องจ่ายผู้ดูแลจำนวนมาก อาจจะมีช่างเทคนิค 1 ท่านดูแล Thin Client ได้ถึง 50 เครื่องในทีเดียว และเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนเกิดปัญหาเราสามารถกู้คืนง่าย ๆ ผ่านฟังก์ชั่น SnapShot ก็จะกลับมาอยู่ในสถานะเดิมในเวลาไม่กี่นาที ผ่านซอฟท์แวร์จากศูนย์กลางจากที่เดียว แถมยังประหยัดค่าไฟฟ้าและค่าเดินทางไปดูแลเครื่องพนักงานได้อีก
      
       3. เลือกใช้งานซอฟต์แวร์แบบออนไลน์ : ทุก วันนี้เราใช้งานระบบอีเมล์ในการส่งข้อมูลไปให้กับลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าเราหันมาใช้งานซอร์ฟแวร์แบบออนไลน์แทนระบบเดิมที่ใช้งานอยู่ เช่นระบบบริหารงานบุคคล (HR Management) พัฒนาระบบเอกสารใบลางานออนไลน์ หรือ ระบบจัดการบริหารจัดการเอกสาร (Document Management) เช่น Microsoft Sharepoint มาจัดการบริหารระบบไฟล์ข้อมูลขององค์กรทั้งหมดให้อยู่ในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้กระทั้ง ทำใบเสนอราคาผ่านระบบออน์ไลน์ รวมกับระบบที่มีอยู่ในบริษัทอยู่แล้ว ก็จะทำให้เราทำงานได้สะดวกรวดเร็วและลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนลงไป
   
ในแง่ของการลดต้นทุน : คงหนีไม่พ้นระหยัดพื้นที่ในการทำงานและค่าเดินทางไปได้อย่างมาก เพราะว่าทุกอย่างอยู่บนระบบออนไลน์ทำให้สามารถดูจากที่ไหนก็ได้ที่เชื่อมต่อ กับระบบอินเตอร์เน็ต (Work at Home) แถมพนักงานยังไม่ต้องเสียค่าน้ำมันรถในช่วงที่น้ำมันแพงเพื่อเข้ามาเพื่อส่ง ใบลาหรือทำเอกสารเสนอราคา และประหยัดกระดาษลดการตัดต้นไม้ได้อีกได้ผลดีทั้งองค์กรและธรรมชาติ
      
       4. เปลี่ยนมาใช้ระบบสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ต : ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดต้นทุนมากขึ้นก็คือการสื่อสารและการเดินทาง เราหันมาเปลี่ยนใช้การโทรศัพท์ผ่านระบบ Internet หรือ Network แทนการใช้โทรศัพท์ผ่านระบบโครงข่ายทั่วไป ระบบสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเรียกว่า VoIP ในส่วนนี้เราจะเสียค่าใช้จ่ายต่อครั้งต่ำกว่าหรือแทบจะไม่เสียค่าใช้จ่าย และเมื่อเราเดินทางไปทำงานนอกสำนักงาน ก็สามารถใช้ Soft Phone ที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อโทรศัพท์มายังสำนักงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนถ้าต้องการประชุมแบบเห็นภาพก็สามารถเลือกใช้งานระบบ Video Conference ที่ทำให้เห็นภาพผู้ร่วมประชุมได้แบบออน์ไลน์เสมือนเราไปนั่งอยู่ในห้อง ประชุมจริง ๆ เลย

ในแง่ของการลดต้นทุน : ลองคิดตามนะครับ ว่าถ้ามีติดต่อกับต่างประเทศหรือต่างจังหวัดบ่อย ๆ และครั้งละนาน ๆ เราเพียงแค่ไปร้าน Internet แล้วโทรผ่าน Soft Phone มายังสำนักงาของเราผ่าน ของระบบ VoIP ได้เลย ไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ให้กับผู้ให้บริการพื้นฐาน ซึ่งจะเสียค่าค่าติดตั้งระบบในครั้งแรกเท่านั้น หรือในกรณีที่ต้องเดินทางหรือต้องการแสดงเอกสารเพื่อประชุมในต่างประเทศหรือ ต่างจังหวัดก็ต้องศูนย์เสียค่าเดินทางไปร่วมทั้งเวลาในการเดินทางอีก แต่ถ้าเราใช้งานผ่านระบบ Video Conference ผู้ร่วมประชุมก็สามารถเห็นเราได้เสมือนเราอยู่ที่ประชุมนั้นเลย โดยดูผ่านกล้อง Video ในห้องประชุม แน่นอนแบบนี้อย่างน้อยเราก็มีเวลาในคิดหรือทำงานได้มากขึ้นเพราะว่าเราไม่ ต้องเสียเวลาเดินทาง
      
       5. เลือกอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงาน : ช่วงที่มีกระแส GREEN IT แรก ๆ ทางผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ได้พัฒนาอุปกรณ์ให้รองรับการประหยัดพลังงานลง เช่น อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) หยุดหมุนเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือ อุปกรณ์ Network ที่หยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าที่พอร์ทนั้นเมื่อไม่มีการส่งข้อมูลมายังเครื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การเปลี่ยนมาใช้งาน Wifi แทนการเดินสาย LAN ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินสาย หรือการจัดเก็บซ่อมแซมสาย LAN
   
ในแง่ของการลดต้นทุน : ถ้าเราเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานเช่นหรือออกแบบมาให้หยุดทำงานได้ เองตอนไม่มีการใช้งาน ก็จะทำให้เราประหยัดได้ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ เพราะว่าอุปกรณ์ไอที จะมีอายุในการใช้งานได้ประมาณ 3 ปี ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว รวมทั้งฟังก์ชั่นที่ไม่ได้ใช้งานก็ไม่ควรจะซื้อเฝื่ออนาคตไว้นะครับ ..
      
       สุดท้ายการเพิ่มรายได้โดยการลดต้นทุน ก็คงต้องพึ่งพาทุกคนในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกันปิดไฟทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือการช่วยกันลดการใช้กระดาษด้วยใช้ผ่านระบบบริหารจัดการเอกสารออน์ไลน์ หรือโทรศัพท์ผ่านระบบ VoIP หรือ Video Conference รวมทั้งช่วยกันลดการใช้งานผ่านระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนฮาร์ดแวร์ และระบบทำความเย็น
      
       เพื่อให้โลกนี้ทำงานน้อยลง .. และน่าอยู่กันมากขึ้น สมกับการเป็น เทคโนโลยีสีเขียว อย่างแท้จริง

ที่มา :  http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098950
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2009, 23:26 โดย vmware.in.th » บันทึกการเข้า

Freelance implementer Microsoft, Linux System, Data Storage and Virtualization Technology.

Twitter : http://twitter.com/pumpithu
Facebook : http://www.facebook.com/pumpithu
 
vmware.in.th
"วีเอ็มแวร์ อิน ไทย" .. สังคมคน virtualization ออน์ไลน์
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,251


pumpithu@gmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
1. Virtualization สงสัยจังทำไมต้องใช้เครื่องถึง 3 เครื่อง เพื่อทำ 3 อย่างนั้น ถ้าใช้เครื่องแรงๆ ซัก 1 เครื่องไม่ได้เหรอ
แล้วถ้าใช้ VMWare จะทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องได้อย่างไร? ก็ต้องใช้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

อ้างถึง
เรื่องเครื่องก็ยังต้องใช้งานอยู่ครับ .. แต่ยกตัวอย่างเช่น
1. Mail Server : ทำงานอยู่บน MS Exchange ของ Microsoft Windows 2003 (ต้องการ CPU, RAM)
2. File Server : ทำงานอยู่บน SMB ของ Linux Redhat 5 (ต้องการ Harddisk)
3. Web Serve : ทำงานอยู่บน Apache ของ Freebsd (ต้องการ CPU)

ซึ่งทั้งหมดทำงานอยู่บนคนละ OS ถ้าจะนำมาติดตั้งใช้งานอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันเพื่อให้ทำงานพร้อมกันคงเป็นไปไม่ได้ ..

แล้วถ้าใช้ VMWare จะทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องได้อย่างไร?

อ้างถึง
ยังต้องใช้งานอยู่ครับ .. แต่ระบบ Virtualization จะสามารถทำให้เครื่อง 1 Server (Physical) จำลองสร้างเป็น Virtual Server ได้หลาย ๆ เครื่อง ทำให้เราติดตั้ง OS แยกงานแต่ละชนิดกันได้ และสามรถแชร์ ทรัพยกร เช่น CPU, RAM, Harddisk ให้แต่ละ Virtual Sever ได้ ..

2. Thin client คืออะไรอ่ะ?

อ้างถึง
เครื่อง PC ประเภทหนึ่งที่มีแต่ CPU, RAM, IO เช่น VGA, Mouse, Keyboard เพื่อเอาไว้ Remote ไปยังเครื่องอุปกรณ์แม่ข่าย ในที่นี่ก็หมายถึง Guest ใน Virtualizaion ครับ ..​

อ้างถึง
(ขออ้างอิงจากคุณ คนไม่รู้ไรเลย) : 2.เป็น Technology ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบ Computer Network
สามารถที่จะบริหารจัดการเกี่ยวกับApplications ต่างๆ
ให้เป็นเรื่องง่าย และยังอำนวยความสะดวกในการดูแลปัญหา
เกี่ยวกับการใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพลองอ่านเพิ่มเติมจาก http://www.catinfonet.com/wyse/Thin_Technology.html

3. อันนี้ก็ดีนะ ถ้าทำระบบเอกสารเป็น Electronics แต่จะให้พนักงานทำงานผ่านเนทหมด แบบนั้นจ้างเป็น Freelance ไม่ดีเหรอ ไม่ต้องให้เครื่อง ไม่ต้องให้เนท ให้ออกของตัวเอง

อ้างถึง
(ขออ้างอิงจากคุณ คนไม่รู้ไรเลย) : 3.ฟรี แลนซ์ มันก็ดี แต่คุมยาก บางองค์กรเขาให้พนักงานทำงานที่บ้านเลย เพื่อประหยัดเวลาและทรัพยากร แต่ไม่ได้ให้ทำทุกวันนะ อาจจะอาทิตย์ละ 2-3 วัน ก็ทำงานผ่านเน็ทเนี่ยแหละ เช่น google doc. ลองศึกษาเพิ่มดูนะ

4. อันนี้เห็นด้วย แต่ระบบเนทเมืองไทย มันทำให้สามารถคุยโทรศัพท์แทนการใช้โทรศัพท์จริงๆ ได้ขนาดไหน? และต้นทุนการใช้ VoIP อันนี้ได้ยินมานานละ แต่ไม่เคยเห็นใครใช้จริงจังซักที

อ้างถึง
นิยมใช้งานกันมากขึ้น เช่นในองค์กรที่มีสาขาอยู่ที่ต่าง ๆ กัน เช่น Bank หรือ สำนักงานที่มีสาขาต่างประเทศ หรือ ในอนาคตเราอาจจะประชุมผ่านร้าน Internet ได้เลย ถ้า Internet ในบ้านเราทำงานได้เร็วกว่านี้นะครับ ..

5. อันนี้ก็เห็นด้วย แต่ฟังดูเหมือนอยู่ในอุดมคติ ถ้าคอม ping กันไม่เจอ (เพราะ Switcher ตัดไฟที่ port นั้น) เพราะโปรแกรมเกี่ยวกับเนทเวิร์คหลายตัวจะ ping กับเครื่องแม่เป็นระยะ ไม่ใช่ต่อติดแล้วปล่อยยาว; แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนใหญ่โปรแกรมจะบอกว่า Lost Connection

อ้างถึง
ส่วนนี้ลองมองเป็น Harddsik สิครับ .. ระบบที่ทำงานในองค์กรถ้ามีการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมี Harddisk อยู่ทุกเครื่อง ถ้าไม่ใช้งานก็ยังมีการหมุนอยู่ .. ดังนั้นถ้าเราหา Hardware ที่รองรับ Power Saver ลงเมื่อไม่ได้ใช้งาน ก็จะทำให้ จานของ Harddisk ไม่หมุนไม่ได้จ่ายไฟ เท่านี้ก็ทำให้ไม่ต้องศูนย์เสียพลังงานที่จะจ่ายให้ Harddisk หรือในอีกแง่ .. ถ้าใน PC เราตั้งโหมดประหยัดพลังงาน Sleep Mode เมื่อไม่ใช้งานก็จะลดในส่วนนี้ได้ครับ ..​
บันทึกการเข้า

Freelance implementer Microsoft, Linux System, Data Storage and Virtualization Technology.

Twitter : http://twitter.com/pumpithu
Facebook : http://www.facebook.com/pumpithu
 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!